CTD - Connect the Dots
  • Home
  • Business
  • People
  • Investment
  • Opinion
  • CIS
  • News
    • News
    • Sustainable
  • Contact
    • Contact
    • About Us
Reading: ดักทางการลงทุนช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี “บิทคอยน์ – ทองคำ – หุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า” จ่อขาขึ้น
Share
CTD - Connect the Dots
Aa
  • Home
  • Business
  • People
  • Investment
  • Opinion
  • CIS
  • News
  • Contact
Search
  • Home
  • Business
  • People
  • Investment
  • Opinion
  • CIS
  • News
    • News
    • Sustainable
  • Contact
    • Contact
    • About Us
Follow US
Copyright © 2020 Creative Investment Space – All Rights Reserved
CTD - Connect the Dots > Blog > Investment > ดักทางการลงทุนช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี “บิทคอยน์ – ทองคำ – หุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า” จ่อขาขึ้น
Investment

ดักทางการลงทุนช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี “บิทคอยน์ – ทองคำ – หุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า” จ่อขาขึ้น

CTD admin
Last updated: 2024/03/12 at 10:32 AM
CTD admin Published November 11, 2023
Share

ดักทิศทางการลงทุนโค้งสุดท้ายของปีนี้ สินทรัพย์ดิจิทัล “บิทคอยน์ – ทองคำ – หุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า” มีโอกาสทำกำไร จากแรงหนุนช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้ดัน โดยเฉพาะบิทคอยน์ กำลังอยู่ในช่วงต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหญ่ ส่วนทองคำและหุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาย่อตัวลงมามองเป็นโอกาสที่จะเข้าลงทุน

ดร. ณพวีร์ พุกกะมาน นักลงทุน และคอลัมนิสต์จาก Connect the Dots เปิดเผยว่า ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้ สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ “บิทคอยน์” กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์การลงทุนที่น่าสนใจขึ้นมาจากการที่ ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกา มีโอกาสสูงที่จะอนุมัติกองทุน ETF ของบิทคอยน์ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามาในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับตลาดคาดการณ์ว่าจะการเกิด Bitcoin Halving ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 จะเป็นแรงผลักดันราคาบิทคอยน์ โดยอ้างอิงจากสถิติที่ผ่านมา และยังได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่ใกล้จะผ่านจุดสูงสุดของการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า

ทั้งนี้มองระยะสั้น หากราคาบิทคอยน์ ปรับตัวลงมาทดสอบระดับ 31,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญได้จะถือเป็นจุดซื้อที่น่าสนใจ แต่ยังต้องระวังแนวรับที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากราคาหลุดจากแนวรับนี้ให้ขายตัดขาดทุนไปก่อน เพราะแนวโน้มทางเทคนิคจะเป็นขาลง ส่วนแนวต้านที่เป็นเป้าหมายของการฟื้นตัวในรอบนี้จะอยู่ที่ระดับ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอาจจะเกิด Sell On Fact ถ้าหากมีการอนุมัติ Bitcoin ETF อย่างเป็นทางการ

“ถ้าหากไม่ต้องการลงทุนในบิทคอยน์ โดยตรงยังสามารถลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ETF ที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ ถ้าเป็นหุ้นรายตัวก็จะเป็น Coinbase ซึ่งเป็น Exchange ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ หรือ Block บริษัทฟินเทคที่เปิดให้สามารถทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล”

นอกจากบิทคอยน์แล้ว “ทองคำ” เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้จากแนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีโอกาสอ่อนค่าลง ประกอบกับสงครามในอิสราเอลรวมถึงยูเครนยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง โดยมองการปรับตัวลงของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาหลังจากขึ้นไปแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนได้ในระยะกลาง โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าไม่หลุดจากระดับแนวรับนี้ราคายังคงเป็นขาขึ้น โดยมีเป้าหมายแนวต้านที่ระดับสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป

ส่วนตลาดหุ้นในส่วนของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ยังสามารถที่จะลงทุนได้ จากการที่ประกาศผลประกอบการในไตรมาสสามที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่สามารถทำได้ดีกว่าคาด และราคาหุ้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นขาขึ้น ประกอบกับดัชนี NASDAQ ยังคงมีทิศทางขาขึ้น โดยมองภาพสำหรับลงทุนในระยะกลาง หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้ามีความน่าสนใจ เนื่องจากราคาหุ้นมีการปรับตัวลงทั้งกลุ่มในช่วงที่ผ่านมา จากความกังวลเรื่องการแข่งขันที่สูงจนทำให้เกิดการตัดราคาขายมีผลต่ออัตรากำไร โดยเฉพาะ TESLA ที่ราคาหุ้นปรับตัวลงจากจุดสูงสุดถึง 25% และหุ้นรถยนต์ไฟฟ้าของจีนที่ปรับตัวลงตามภาวะตลาด

“แม้ว่าราคาหุ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจะลงจากความกังวลของนักลงทุน แต่ภาพรวมผลประกอบการที่ออกมาถือว่าทำได้ดี และแนวโน้มของความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมองว่าการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ารอบนี้เป็นโอกาสในการลงทุนระยะกลางขึ้นไป ไม่ว่าจะลงทุนในกองทุนรวม ETF หรือ หุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้อง”

นายณพวีร์ กล่าวปิดท้ายว่า ภาพรวมของตลาดการลงทุนในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้ ยังถือว่าไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามารบกวนมากนัก เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดภาวะถดถอย หรือไม่ แต่ก็ยังมีการเติบโตอยู่ ราคาน้ำมันยังไม่สูงมากที่จะทำให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามทั้งตลาดหุ้นจีน เวียดนามรวมถึงตลาดหุ้นไทย แม้ว่าจะปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก แต่ยังไม่เห็นจุดกลับตัวเป็นขาขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจยังไม่มีความแน่นอน จึงยังไม่ได้อยู่ในโฟกัสที่จะลงทุนช่วงสั้น แต่ให้จับจังหวะหากราคามีการฟื้นตัวกลับเป็นขาขึ้นถึงจะแบ่งเงินมาลงทุน

You Might Also Like

“เอกา โกลบอล” ประเมินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร รับมือนโยบาย ‘ทรัมป์’

Webull ชูจุดแข็งท่ามกลางตลาดผันผวน ด้วย Daily Interest รับดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี

นโยบายประชานิยม กับดักความจน ตัวการพังเศรษฐกิจไทย?

TISA แนวคิดใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ “ซื้อหุ้น ได้ลดหย่อนภาษี” หวังช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

TAGGED: การลงทุน, การลงทุนยุคใหม่, การลงทุนโลก, ความรู้การลงทุน, ตลาดหุ้น, นักลงทุน, ลงทุน, สินทรัพย์, หุ้น, เศรษฐกิจ

Sign Up For Daily Newsletter

Be keep up! Get the latest breaking news delivered straight to your inbox.
By signing up, you agree to our Terms of Use and acknowledge the data practices in our Privacy Policy. You may unsubscribe at any time.
CTD admin November 11, 2023
Share this Article
Facebook Twitter Email Copy Link Print
Previous Article เสถียร เสถียรธรรมะ นายทุนใหญ่ผู้เติบโตจากรากหญ้า ที่ท้าชนมาแล้วทั้งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ร้านสะดวกซื้อ และรุดหน้าสู่ตลาดเบียร์
Next Article สมโภชน์ อาหุนัย มหาเศรษฐีไทยที่รวยได้ด้วย “สายลมและแสงแดด” ผู้ขับเคลื่อนประเทศไทยใน “ยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน”
CTD - Connect the Dots

Connect The dots ชุมชนสำหรับผู้ที่ชอบค้นหาโอกาสใหม่ พัฒนาตัวเองตลอดเวลา และเชื่อในโอกาสใหม่ๆ พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ ไม่ว่าจะเป็นโลกธุรกิจ การลงทุน เทรนด์กระแส หรือ แม้กระทั่ง การเงินส่วนบุคคล ร่วมลากเส้น ต่อจุด เพื่อทุกความเป็นไปได้ไปกับเรา เพียงคุณเริ่มต้นที่จุดแรกไปกับเรา

Facebook Youtube Tiktok Spotify

แผนผังเว็บไซต์

Home
Business
People
News
Contact
Opinion
Investment
CIS
Sustainable
About Us

Copyright © 2024 Connect the Dots – All Rights Reserved

ข้อตกลงและเงื่อนไข

คำเตือนความเสี่ยงฉบับเต็ม

Removed from reading list

Undo
Welcome Back!

Sign in to your account

Lost your password?